angle

2009/Sep/09

หลังจากที่กด Enter และรอแป๊บนึง ก็ได้ร้องในใจว่า โอ๊ววววว แล้วก็กริ๊ดเล็ก ๆ เบา ๆ

บล๊อคของข้าพเจ้ายังอยู่อีกรึนี่

หลังจากที่ลาออกจากการใช้ชีวิตพนักงานออฟฟิซมาปีกว่า

ก็ไม่ได้แวะเวียนมาที่นี่เลยนะเนี่ย แบบว่าเซ็ง ๆ ชีวิต หมดแรงบันดาลใจ

(และไม่มีกะตังค์จะเล่นเนท)

ในที่สุดชีวิตก็วนเวียนกลับมาใช้ชีวิตพนักงานออฟฟิซเหมือนเดิม

ที่ผ่านมาปีกว่ามีอะไรบ้าง เล่าให้ฟังเท่าที่นึกได้ตอนนี้นะ

-เรียนแต่งหน้ากํบ MTI แล้วก็ไม่ได้เอาไปใช้ทำมาหากินอะไร แบบว่า ไม่ค่อยมีความมั่นใจ

 (ถามว่าเสียดายมั๊ย 25,000 ไม่เสียดายนะ เพราะก็ได้วิชามาแต่งหน้าตัวเองอยู่ทุกวัน สวยซะ)

-หนีทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็ไปพบทุกสิ่งทุกอย่าง ด้วยการนั่งรถไฟฟรีไปเที่ยวแบบขึ้นเหนือล่องใต้อยู่

เกือบเดือน ค่ำไหนนอนนั่น นอนแม่งสถานีรถไฟก็หลายหน น่ากลัวชิบหาย

 (ใจจริงว่าจะหนีอีกรอบ แต่เสือกได้งานทำซะก่อน อดไปดูแพนด้าน้อยหลินปิงเลย - -")

 -ตัดสินใจหอบข้าวหอบของหนีจากยายทวดที่ทำตัวงี่เง่าชอบทำเลอะให้กูเช็ดถูเก็บกวาด (เหนื่อยนะเว่ย)

ไปอยู่บ้านพ่อที่มีนบุรีซะ กะว่ากูไม่เอาแล้วปล่อยให้แม่งตายไปซะเลย ไม่มีใครช่วยกูดูแลยายทวดเลย

 กูเหนื่อยทั้งกายทั้งใจ พวกแม่งสบายกันชิบหาย กูงานก็ไม่มี เงินก็ไม่มี ต้องคำนวณทุกบาททุกสตางค์

ยายก็งี่เง่าอยากจะได้นู่น อยากจะเอานี่ ไม่เอาแล้วโว๊ยยยย พอกันที*&*%$#!!

แต่นอนคิดไปคิดมา สรุปตื่นเช้ามาก็กลับไปดูแลยายทวดที่สาธุประดิษฐ์ เหมือนเดิม (ก็มันไม่มีใครทำนี่หว่า)

นั่งรถเมล์ มีนบุรี-สาธุฯ สาธุฯ-มีนบุรี ไปกลับรวมแล้ว 6 - 7 ชั่วโมงต่อวัน (พระเจ้าปล่อยให้กูใช้ชีวิตแบบนี้ได้ยัง

ไงวะตั้ง 7 เดือน)

-แต่งหญิงให้สะใจอย่าได้แคร์ แดกทั้งฮอโมน ยาคุมหวังจะให้นมใหญ่ตุ้ม ๆ แต่ก็ได้แค่ฝาหนมครก

-ไปอยู่บ้านพ่อ สุดแสนจะสบายใจ (ถึงต้องนั่งรถวันละหลายชั่วโมงก็เหอะ) แต่อยู่ไปอยู่มา อ้าวเฮ้ยยยยยยยยย

พ่อย้ายหนีเจ้าหนี้ไปอยู่ที่อื่นซะงั้น โห ความจริงที่ไม่เคยรู้และไม่เคยเปิดใจรับรู้ ว่าบ้านเรามีหนี้สินเยอะมากกกกก

สงสารพ่อมากเลย ร้องไห้จนตาบวมแล้วบวมอีก แต่สุดท้ายพ่อก็คุยกับเจ้าหนี้รู้เรื่อง แล้วกลับมาอยู่บ้านเรา

เหมือนเดิม  สุดท้ายชั้นตัดสินใจกลับมาทำงานอีกครั้งโดยของานทำจากผู้อุปการะคุณยาย แล้วก็ได้มานั่งจุ้มปุ๊ก

อยู่ตรงนี้ไง

 เออ พูดถึงแต่งหญิง สงสัยต้องหาโอกาสบันทึกภาพตัวเวอร์ชั่นใหม่มาอัพแบ็คกราวน์ซะหน่อยละ (แต่กล้องตัว

ที่ 2 ก็พังด้วยน้ำมืออีออยลี่คนเดิมอีก อีนี่สงสัยดวงจะชงกะกู ขยันทำลายข้าวของกูจริ๊งงงง)

ขอบคุณ ทีมงาน EXTEEN นะคะ ที่ยังเก็บ BLOG ของดิชั้นไว้จนวันนี้

(เวบมาสเตอร์ก็น่ารักนะเคยเห็นในทีวีด้วย เดี๋ยวจีบซะเลย คริคริ)

 

 

 

2005/Sep/17

วันนี้เข้าไปอ่านการ์ตูนในบอร์ดพันทิพย์ห้องเฉลิมไทยมา

เรื่องเกี่ยวกับ AF 2 วาดเก่งมากเลยน่ารักดี ฮาด้วย

แล้วในความคิดเห็นของคนที่ได้อ่านบางส่วนบอกว่า ได้เคยอ่านแล้ว

ใน exteen เนี่ยแหละ ต๊ายยย อยู่ใกล้แค่นี้เอง

แล้วรู้สึกว่า ใน exteen จะลงตอนมากกว่าใน เฉลิมไทยซะด้วย

เลยเข้ามาดู เผื่อมีลิงค์บล๊อคยอดนิยม จะได้เข้าไปอ่านอีก

แต่ก็แป่วอ่ะ ไม่ยักกะมีแฮะ แล้วจะทำไงล่ะเนี่ย

เลยลองเข้าไปค้น ๆๆๆ ที่หน้า รายชื่อสมาชิก

เผื่อจะเจอ (ซึ่งก็รู้อ่ะนะว่า เปอร์เซ็นต์ที่จะเจอมันน้อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกก

เพราะไม่รู้ว่าเค้าใช้ชื่อใน exteen ว่าอะไร

แต่ในเฉลิมไทยเค้าใช้ชื่อว่า berserk rabbit

ชั้นก็เลยเดา ๆ ว่าอาจจะเป็นชื่อเดียวกันก็ได้นะ

เลยเข้าไปค้น ที่ หมวดตัวอักษร B

ก็ปรากฏว่าแป่วอีกอ่ะ มีนะคนใช้ชื่อ berserk แต่คลิกเข้าไปแล้วก็ไม่ใช่อ่ะ

เลื่อนดูชื่ออื่นๆ เลื่อนลงมาเรื่อย ๆ อุ๊ยต๊ายยย มีชื่อเราด้วย

แล้วที่พิเศษกว่านั้นก็คือ ได้รู้อ่ะว่าใน exteen ที่นี่ มีคนชื่อบุ๊คเหมือนเราเลย

ตั้งหลายคนแน่ะ !!!!!

แต่ก่อนเคยมั่นใจว่าชื่อตัวเองไม่เหมือนใคร กิ๊บเก๋ เท่ห์ น่ารักที่สุดละ(หน้าตาด้วย)

ไม่ใช่ชื่อโหล ๆ แน่ ๆ แต่วันนี้ความเชื่อนั้นก็ได้ถูกสั่นคลอนเข้าซะแล้ว โอววว

นี่ชั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้เพียงคนเดียวหรือนี่ เอิ๊กๆๆ

ก็แปลกดี เวลาเจอคนที่มีอะไรคล้าย ๆ กัน เช่น เกิดวันเดียวกัน เดือนเดียวกัน

หรือ ไอ้เรื่องที่ ชื่อ เหมือนกันเนี่ย มันจะรู้สึกพิเศษอ่ะ เหมือนมีพี่น้องเลย

ฮิฮิ

2005/May/22

เดือนกว่า ๆ มีคนบอกว่า "เลิกแทงบอลแล้ว"

ตั้ง 2 คนแน่ะ

โอววว ดีใจอ่ะ ถึงไม่รู้ว่าเค้าจะทำได้อย่างที่ลั่นออกมารึเปล่า

แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีนะ

แล้วยิ่งเป็น 2 คน ที่เราเคยพร่ำแพล่ม ให้อ่าน ให้ฟัง

อธิบายแง่มุมต่าง ๆ ถึงผลเสียของการพนัน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหนก็ตาม

2 คน ที่เคยด่ากลับมา เพราะรู้สึกว่า ชีวิตใคร ใครก็เลือกเอง อย่ามายุ่ง รำคาญ

ที่พวกเค้าตัดสินใจจะเลิก ชั้นก็ไม่รู้หรอกนะว่า ไอ้คำของชั้น

มันเป็นส่วนหนึ่งรึเปล่า

อาจจะเป็นเพราะเค้าประสบด้วยตัวเอง รู้แล้วว่า มันไม่ดียังไง สูญเสียยังไง

แต่ชั้นก็ดีใจมากอ่ะ หัวใจมันพอง ๆ

จำได้ว่า เคยอ่านตำราประเภทดูดวง ชะตาชีวิต

ส่วนหนึ่งเค้าก็บอกว่า ชะตาชีวิตชั้น น่าจะเป็นครู

ตอนนั้นชั้นก็ไม่คิดไรหรอกนะ เพราะไม่คิดว่าจะเป็นครู

ไม่คิดว่าจะสอนใครได้หรอก ไม่ได้อยากจะทำอาชีพนี้

แต่ดูจากที่ผ่าน ๆ มา

เมื่อชั้นเริ่มโตขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น มุมมองมากขึ้น

ชั้นก็มักจะมองเห็นความไม่ถูกต้องที่คนอื่น ๆ กำลังทำอยู่

แล้วชั้นก็อดไม่ได้ที่จะบอกเค้าเตือนเค้า ว่ามันไม่ถูกนะ ทำไมทำอย่างนี้

พยายามพูดให้เค้าทำในสิ่งที่ถูก ด้วยแง่มุมต่าง ๆ ตัวอย่าง เหตุผล

มาคิด ๆ ดู มันก็ไม่ต่างจากคนที่เป็นครูโดยอาชีพหรอกนะ

การชี้ทางที่ถูก(ในทัศนคติของชั้น)ให้ผู้อื่นไม่หลงทาง

มันก็เป็นสิ่งที่ครูต้องทำอยู่แล้ว

เหตุการณ์นี้ ทำให้ชั้นเข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นครู

เวลาที่เห็นลูกศิษย์ เดินทางที่ถูก หรือประสบความสำเร็จในชีวิต

มันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ

แล้วมันก็เป็นพลังให้ชั้นเดินหน้าต่อไป ด้วยความมั่นใจ

ว่าชั้นทำถูกแล้ว



น้องบุ๊คจ้ะ
View full profile