2005/Jul/02

ตุ๊ดๆๆๆๆๆ(เสียงโทรศัพท์)

บุ๊ค : ฮัลโหล

เจี้ยบ : ฮัลโหลพี่บุ๊ค ไปเที่ยวกันเหอะ

บุ๊ค : เออ ไปดิ

เจี๊ยบ : 55555 ชวนถูกคนชิบหาย ชวนโคตรง่ายเลยว่ะ

จุดเริ่มต้นมันก็มาจากตรงนี้แหละ

ดังนั้น ในคืนหนึ่ง อีเจี๊ยบก็มาค้างที่บ้านกู เพื่อตกลงกันว่าจะไปไหนดี

เพื่อจะได้เดินทางทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น เราสรุปในขั้นแรกว่า "ไปทะเลเหอะ อยากไปทะเล"

กูทำการต่อเนทหาข้อมูลทันที หลังจากดูข้อมูลจากหลาย ๆ ที่

เราก็มาสรุปที่ "อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด" เพราะว่าดูจากข้อมูลแล้ว มีแหล่งน่าสนใจหลายอย่าง

แล้วก็ไม่ไกลเกินไป แล้วกูก็เห็นว่า มันสะดวกในการเดินทาง เพราะมีรถตู้ จากอนุสาวรีย์ ไปถึง หัวหิน เลย

ในราคา แค่ 160 บาท และที่สำคัญ มีที่กางเต๊นท์ (เหมาะกะกูมั่กๆๆ วะอะอะ)

และเนื่องจากกูไม่มีเครื่องพริ้นเตอร์ เลยเหมือนทุก ๆ ทริป ที่กูต้อง จดๆๆๆๆๆๆๆ

รวมทั้งต้องนั่งวาดแผนที่คร่าว ๆ ใส่สมุดเปื่อย ๆ เล่มเดิม

ตีห้าวันนั้น พวกเราก็ออกเดินทาง เพราะจากบ้านกู ไปอนุสาวรีย์ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร

เราฝ่าการจราจรตอนเช้า ซึ่งไม่ค่อยเท่าไหร่นักในวันนั้น ขึ้นทางด่วนไรซักอย่างกูไม่เคยจำได้

แล้วกูก็หลับไป ทั้ง ๆ ที่เหม็นกลิ่นส้นตีนใครก็ไม่รู้ เหยียบขี้หมาแห้งมา (คาดว่าเป็นอีป้า

ข้างหลังกู เวลามันเผยอตีนทีไร คละคลุ้งทุกที เสียบรรยากาศมาก ๆ ครวยยย)

มาตื่นอีกที ก็เริ่มเข้าเขตจังหวัดเพชรบุรีละ "หลับไม่รู้เรื่องเลยอีเหี้ย เค้าพาไปขายก็ไม่รู้หรอก" กูบ่น

หลังจากตรวจเช๊คหน้าตาหวีผมเผ้าให้เข้าที่ ก็มองวิวทิวทัศน์ โอววว กูชอบจังเลย

แดดร่ม ๆ อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน ใครไม่ชอบเที่ยวหน้าฝน แต่กูชอบ สบายใจเป็นที่สุด

เป็น Green Season สำหรับกูเลยทีเดียว

ปล. มองหาบ้านสมาชิกโคตรถ่อยคนหนึ่งที่จังหวัดเพชรบุรีด้วย แต่หาไปงั้นแหละ ไม่รู้จัก เอิ๊กๆๆ

ถ้าคุณขับรถไปเที่ยวเส้นนั้น คุณจะเห็นร้านขายของฝากตามทาง ชื่อร้าน แม่นั่น แม่นี่ วุ๊ยยยยยยย มากมาย

ทำไมต้องตั้งคล้าย ๆ กันด้วยวะ ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ในที่สุดรถก็มาถึงหัวหินจนได้ ระหว่างที่หาทางไปต่อ

อีเจี๊ยบ(ฉายาโคตรแดก) ก็นึกขึ้นได้ว่า "หิว" อยากแดกก๋วยเตี๋ยวปลาเป็นที่สุด

เพราะเคยอ่านในคู่สร้างคู่สมมาว่า มีร้านก๋วยเตี๋ยวปลาอร่อย ๆ อยู่

ไม่ว่าเราจะเดินผ่านร้านแบรนเนมนอกซักกี่ร้าน ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่า ไอสครีม กาแฟ อีเจี๊ยบก็ไม่สน

"อยากกินก๋วยเตี๋ยวปลาาาาา" แต่ก็ไม่เห็นมีวี่แววร้านก๋วยเตี๋ยวปลาซักร้าน

(ก๋วยเตี๋ยวหมู มันก็ไม่เอา สมกับเป็นเจี๊ยบโคตรแดก มุ่งมั่นสุด ๆ)

เดินไปถามไปว่าจะต่อรถไป ปราณบุรี ขึ้นตรงไหน ก็พอดีมีรถสองแถวขับผ่านมาพอดี วิฮิ้วว ไปเล้ยยย

จากหัวหินไปปราณ กูก็นั่งแบบไม่มีสมาธิเท่าไหร่ เพราะว่า เจอช้างเผือก ??? อะไรคือช้างเผือก???

ผู้ชายไงอีเหี้ย หล่อม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่คิดเลยว่า มาต่างบ้านต่างเมืองขนาดนี้

จะมีหนุ่มหล่อขนาดนี้ นึกอยู่คนเดียวในใจว่า โห ใครวะ ช่างปั้น หล่อชิบหาย นี่ขนาดเป็นพ่อลูกอ่อนด้วยนะ

อีลูกสาวคงจะรู้ว่ากูมีใจให้พ่อมัน แหม รีบโผเข้าหาพ่อมันเลย ประมาณว่าประกาศศึกกะกูเต็มที่

เอาเหอะ กูไม่ได้ไรมากหรอก แค่รู้สึกว่า การเดินทางมีสีสัน มีความหมายมากขึ้น โฮะๆๆๆๆๆ

วุ๊ยขี้เกียจเล่าละ อ่านมาถึงตรงนี้ รูปคงจะโหลดมาได้เยอะแล้วล่ะ ดูรูปดีกว่านะ

(ฉลาดมะกู ให้อ่านก่อนรอโหลดรูป)

นี่รูปจากมุมสูง เนื่องจากรถสองแถว (ขึ้นที่ตลาดปราณบุรีอีกต่อนึง - ยังไม่ได้แดกก๋วยเตี๋ยวเลย)

เข้ามาได้ถึงแค่บ้านบางปู แต่หาดที่เราจะไปคือ "หาดแหลมศาลา" จึงมีสองทางให้เลือก

คือ 1. เรือ จากหาดนั่งอ้อมเขาไป (เสียตังค์สิ)

2. เดินข้ามเขาเทียนไป ซึ่งดูจากที่จดมา แค่ 480 เมตร อุ๊ย สามารถว่ะ ดังนั้นตามสันดานของกู เลยแบกสัมภาระข้ามเขากัน ชิว ๆ แฮ่ก ๆ

เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ Low Season ของนักท่องเที่ยวแล้ว หาดนี้ จึงเหงา ๆ เงียบ ซึ่งกู

ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แต่ก็มีนักท่องเที่ยวอยู่บ้าง ส่วนใหญ่

เป็นชาวต่างชาติ มาเที่ยวแล้วก็กลับ วันนั้นมีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่มาจัดเลี้ยงกัน คงมา

จากรีสอร์ทหรูที่ไหนซักแห่ง โหย เดินกันกระโปกอูมมากมากกกกกก ไม่รู้จะใส่ทำเหี้ยไรกางเกงว่ายน้ำ

ถอดไปเลยดีกว่า แผล่บๆๆ

เหงา ๆ แดดร่ม ๆ

ลมพัดเย็นสบาย มีคลื่นเล็กน้อย สงบดี

พวกกูก็กางเต๊นท์กัน (แค่คนละ 30 บาทเอง ถูกดีจะได้เก็บเงินไว้แดกหรูหราดีกว่า)

บริเวณท้าย ๆ หาดหน่อย แล้วก็มีห้องน้ำอยู่ด้านหลังไว้ให้ด้วย สะอาดใช้ได้เลยล่ะ

ช่วยบ่ายก็หมดไปกับการถ่ายแบบอย่างบ้าคลั่งอย่างที่พวกมึงเห็นมาน่ะแหละ ก็เริ่มมืดละ

เงียบสงบดี นอกจากพวกกูก็มีอีกเต๊นท์ ถัดไปหน่อยเป็นหนุ่มสาว คาดว่าต้องหวังมาเย็ดอย่างดุดันครวญครางริมหาดแน่ ๆ

แต่เสือกมีพวกกู มาเป็นก้างขวางคอซะก่อน โฮะๆๆๆ

สรุป ทั้งหาดคืนนั้นก็มีแค่พวกกู 4 คน หาดส่วนตัวชัด ๆ

อ้อ ลืมบอกไปว่า ร้านอาหารที่นี่ ครัวเค้าจะปิดตอน 6 โมงเย็น พวกกูเลยซื้อใส่ห่อมาแดกที่เต๊นท์กัน

แดกเสร็จก็ไม่มีไรทำ นอนดีกว่า แปลกเนอะ ทะเลไม่ว่าที่ไหน จะมีลมแค่ตอนกลางวันอ่ะ

พอตอนกลางคืน ลมก็สงบ ถ้าใครไม่ชินก็จะรู้สึกร้อน ๆ หน่อย ไม่รู้เกี่ยวไรกับคำที่ว่า "ลมบก ลมทะเล" รึเปล่า

.

.

.

.... ZZZ คร่อกกกก....อุ๊ย อ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ยยยยย อีเหี้ย ยุงอยู่ในเต้นท์ รำคาญชิบหาย

ทั้งกูทั้งอีเจี๊ยบก็ผนึกกำลังกัน ปากกูก็พร่ำบ่นว่า เฮ้ย อย่าไปตีมัน บาปนะอีเหี้ย เพิ่งสวดมนต์อยู่หยก ๆ

มาฆ่าสัตว์ซะละ แต่มือก็ส่องไฟฉายให้อีเจี๊ยบ ฟาดยุงดังเพียะ ๆ อย่างเมามัน

.

.

. . เช้าแล้วววววววววววว

สวยงามมากกกกกกกกก

มีหมาด้วย สามตัว ตัวนี้กูเรียกมันว่า "น้องตั้ม"(ที่รัก) หมาที่นี่มารยาทดี สะอาด เป็นมิตรว่ะ

มีโขดเขาด้วย หยั่งกะอยู่ฝั่งอันดามัน

ชวนฝันดีนะ

เป็นชายหาดที่สวยมากเลยลมก็เย็นสบาย คลื่นก็สงบงาม หาดทรายก็ละเอียดนุ่มเท้า

แต่ต่อให้มองว่าสะอาดแค่ไหน แต่ถ้ามองดี ๆ ก็จะเห็นขยะตามชายหาดอยู่ดี

เกิดจากความมักง่ายของมนุษย์เรานี่เอง กูจึงใช้เวลาช่วงเช้านั้น เดินเก็บขยะ ได้กองเบ้อเร่อ

(บางชิ้นก็ดึงไม่ออกอ่ะ มันฝังลึก) แต่กูก็ไม่สามารถทำไรได้มากกว่านั้น คงทำได้แค่เอา

ไปทิ้งไว้ในถังขยะของทางอุทยานฯ ซึ่งกูก็ไม่รู้ว่าเค้าจะนำไปจัดการทำลายตามสันดาน

อย่างไร หลังจากเก็บขยะก็รีบ ๆ ไปอาบน้ำ เก็บของ เก็บเต๊นท์ เพราะเราต้องไปต่อตาม

หัวใจของนักเดินทาง

เราจะปิดท้ายหาดนี้ด้วย "ถ้ำพระยานคร" ซึ่งเป็นถ้ำที่อยู่ด้านหลังนี้เอง เคยเห็นในรูปสวยงามมากมาย

ส่วนประวัติความเป็นมา กูคงไม่เล่าหรอก กูจำไม่ได้ เอิ๊กๆๆ รู้แต่ว่าควรจะขึ้นไปช่วงเช้า

เพราะจะมีแสงลอดลงมาแค่ช่วง 10.00 น. - 11.00 น. เท่านั้น

ความประมาทเขลาของกูก็เกิดขึ้น เมื่อเดินขึ้นไปถึงปากถ้ำ หยิบกล้องมาถ่ายได้แค่รูป

เดียว กล้องก็แสดงให้เห็นว่า "ถ่านหมด!!!!!" ซวยล่ะสิ พวกกูฝากสัมภาระไว้ข้างล่างซะด้วย

ลงไปใหม่ก็ไม่ไหวอ่ะ แย่มาก ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าสันดานการถ่ายรูปแบบกระหน่ำของกู

ทำให้ถ่านใช้ได้แค่วันกว่า ๆ แต่ดันลืมไปซะงั้น เซ็งเลย ลองปิดและเปิดอยู่หลายทีก็ถ่ายไม่ได้

เลยนึกขึ้นมาได้ว่า ไม่เปิดจอ display ดีกว่านะ เออ ปรากฏว่า ยังพอถ่ายได้นะ

แต่ปรับไรไม่ได้แล้ว เลยต้องทำได้แค่เล็งจากจอเล็ก ๆ แล้วกดๆๆ อย่างเดียว ได้มาดังนี้

จริง ๆ จะมีพลับพลาที่ประทับ งดงาม

แต่ป๊าดดดดดดโธ๊ เค้าซ่อมแซมครับท่านผู้ชม บูรณะกันงั้น เหลือให้กูเห็นแค่เนี๊ย

กูละสงสารนักท่องเที่ยวต่างชาติจริงจริ๊งงงง เดินขึ้นเขามาแตดห้อย ไม่เห็นเนี่ยยย

มีพระปรมาพิทัย (สะกดยังไงอ่ะ) ของพระเจ้าแผ่นดิน ถึงสองรัชกาลปรากฏอยู่ด้วย

นอกจากจะมีที่ประทับงดงามแล้ว ความงามของโถงถ้ำก็เป็นที่ตรึงตรายิ่งนัก

ถ่านหมดอย่างสิ้นเชิง รูปสุดท้าย

จากนี้เราตั้งใจว่าจะไปต่อที่ "หาดสามพระยา" อยู่ในบริเวณอุทยานฯเนี่ยแหละ

แต่ไกลนะเดินไปไม่ได้หรอก

----------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet


<a href="http://lsoxqnrobafvkzn.com">lqnzxxibaxdrnle</a> http://ssikcxiknpstjri.com [url=http://nkwzrxdsjvjdibe.com]zvukkgimdmtsikr[/url]
#6 by xfnvrbytoa (94.102.52.87) At 2010-06-14 01:51,
<a href="http://qvhpdqziesynejv.com">jbxaflgjbgatjtq</a> http://shdljxtdyadpqgq.com [url=http://johupgotdaytmqe.com]tjdkkptyhltyzjm[/url]
#5 by ybbijaqipz (94.102.52.87) At 2010-06-10 19:19,
Wow....ๆๆๆ สวยมากๆๆ
#4 by Gratai...Ka!!! At 2005-07-08 02:02,
สวยจัง ว่างๆ ไปมั่งดีกว่า
ว่าแต่... เชื่อและหล่ะว่าไปอยู่โคดถ่อยมานาน สำนวนมันฟ้องง่ะคับ
#3 by cosmoguy At 2005-07-07 21:37,
ขอบคุณ คุณ Jinx มากเลยนะครับที่ติดตามมาโดยตลอด

เรื่องราวยังไม่จบครับ อีคุณเจี๊ยบจะได้แดกก๋วยเตี๋ยวปลารึเปล่าต้องติดตามครับ ฮี่ๆๆ
#2 by bookgq (61.90.217.200) At 2005-07-03 12:17,
โหย เก็บขยะ เป็นนักท่องเที่ยวตัวอย่างได้เลยนะเนี่ย
หาดกะถ้ำสวยจังงับ แต่ตื่นเช้าจังแฮะ ผมตื่นพระอาทิตย์ก็ตกแล้ว

ปล. ว่าแต่ตกลงได้แดก ก๋วยเตี๋ยวมั้ยงับนั่น
#1 by Jinxplay At 2005-07-03 00:28,

น้องบุ๊คจ้ะ
View full profile