2005/Jun/25

ทรยศ exteen ไปซะนาน ไปโพสอยู่บอร์ดโคตรถ่อยซะมากมาย

คิดถึง exteen มากมาย เลยเอามาโพสให้ที่นี่บ้าง แล้วก็จะทยอย

ตามมาทีละเรื่องครับ

ส่วนอันนี้ มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เลยเอามาให้ถูกกาละเทศะหน่อย

แล้วจะมีเรื่องราวที่ไปเที่ยวทริปต่าง ๆ มาให้ดูกันอีกครับ ขอบคุณ

สำหรับการติดตาม

----------------------------------

วันนี้น้องบุ๊คพาไปเที่ยวกันอีกแล้วครับ

เป็นเรื่องบังเอิญที่มาบรรจบกันครับ ระหว่างงานราษฎร์กับงานหลวง

ตอนแรกเลยได้ดูข่าวทางทีวี เรื่องงานแสดงศิลปะ(ส่วนใหญ่ข่าวศิลปะพวกนี้

อยู่ในข่าวภาคค่ำช่อง 11 ครับ มันมีเยอะย่อยกว่าช่องอื่น)

ตรงกับพิธีฉลองที่จัดขึ้นเพื่อความยินดีปรีดาในพระโอรสองค์ใหม่ของเรา

สองงานนี้จัดขึ้นใกล้ ๆ กัน...เสร็จเรา โทรไปชวนน้องไปดีกว่า

เป็นงานแสดงสื่อศิลปะประเภทวิดีทัศน์ หนังสั้น กราฟฟิค ภาพนิ่ง(อันนี้สรุปเองครับไม่ได้มีใครบอก)

สะดุดใจอย่างแรกคือ ผลงานครั้งนี้ ส่วนหนึ่ง สร้างโดย คุณเจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ผู้กำกับ "สัตว์ประหลาด" หนังที่แทรกซึมเข้าไปถึงจิตวิญญาณของใครหลาย ๆ คน

และ "สุดเสน่หา" หนังที่ ถ้าไม่ใช่คนที่ชอบปล่อยอารมณ์ลอยไปกับหนัง และไม่ชอบ

หนังที่ต้องตีความจะไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดายเลย

และต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยที่ลำเอียงไม่ได้จำชื่อเจ้าของผลงานอีกสองชิ้นมาให้

งานแสดงศิลปะครั้งนี้ก็จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยศิลปากรครับวังท่าพระครับ(ที่ ๆ เดินเข้าไป

ทีไรความรู้สึกเก่า ๆ ที่อยากเรียนที่นี่ก็กลับมาทุกที)

ผลงานของคุณเจ้ย (และมีทีมงานคนอื่นด้วยครับ) ใช้ชื่อว่า "Ghost of asia" เป็นหนังสั้นครับ ฉายวนไปเรื่อย ๆ

(ไม่มีใครมาดูเลยอ่ะ มีแต่พวกเราเอง ส่วนตัวดี ชอบบบ)

เรื่องราวของหนังก็คือ มีผู้ชายคนนึง(คนเดียวกับที่แสดงเรื่องสัตว์ประหลาดอ่ะแหละ คู่บุญกันจริง ๆ)

ทำอะไรหลาย ๆ อย่างมากมายแถวชายทะเล โดยมีเสียงของเด็กคอยบอกให้ทำอะไร

เช่น "ไปขี้" ตัวผู้ชายก็จะ "ไปขี้" จริง ๆ ด้วย - -"

สนุกสนานมาก ๆ ดนตรีประกอบก็มันส์ดีให้ความรู้สึกแบบว่า ไม่อยู่นิ่ง

อยากรู้ว่าเค้าจะทำอะไรต่อไป ซึ่งตัวผู้ชายก็ทำตามเสียงเด็กสั่งทุกอย่าง

ทั้ง กิน นอน ขี้ เยี่ยว ปีน ขับมอไซค์ ทิ้งขยะ เก็บขยะ กินขยะด้วย ฮามาก

เพลงประกอบตอนท้าย ๆ ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเพลงที่ไม่ใช่ต้นฉบับ "ดอกไม้" ของคุณบอยด์โกสิยพงษ์

ประกอบกับภาพสวย ๆ ของทะเล มันทำให้อารมณ์ของหนังมันคลายลง

และสำหรับคนที่เพิ่งกลับจากทะเลอย่างผม มันก็ผุดอารมณ์ขึ้นมาว่า

ในโลกใบนี้ มีธรรมชาติที่สวยงาม ความบริสุทธิ์ใสซื่อของเด็ก ๆ เสียงหัวเราะ และเสียงดนตรีที่เพราะจริง ๆ แค่นั้น...ก็พอแล้ว

และทั้งหมดนั้นมันทำให้หนังสั้นเรื่องนี้ "มีความสุข" มาก ๆ

ผลงานชิ้นถัดมาชื่อว่า "นาวกวัก" เป็นภาพกราฟฟิคของ

นางกวักในลีลา สีสัน ต่าง ๆ ประกอบเพลง ฉายลงบนผ้า และผ่านมายังผนัง

ดนตรีออกแนวเทคโนหน่อย ๆ

เล่นด้วยจิ

ว๊าวว เหมือนอยู่บนเวทีคอนเสิร์ตเลย

ผลงานชิ้นต่อมา เอ่อ....จำชื่อไม่ได้อ่ะ เป็นลักษณะภาพนิ่งเอามา fade dissolve กันเรื่อย ๆ

ภาพสวย สีจัดจ้านมาก จำได้จากข่าวว่า เหมือนจะสื่อนำเรื่องราวที่แข็งกร้าวมาทำให้ดู soft ลง

เช่นมีภาพปืน แต่ที่ปลายปืน มีลูกเชอร์รี่ห้อยอยู่ ส่วนดนตรี ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่

เหมือนเป็นเสียงท่องบ่นอะไรซักอย่าง

ไม่รู้เค้าจงใจรึเปล่า แต่ทั้งสามชิ้นงานนี้จัดอยู่ในห้องเดียวกัน ซึ่งมันทำให้เสียงมันตีกันพอสมควร

แต่ถ้าคุณกำลังเสพงานชิ้นไหนอยู่ เสียงรบกวนจากงานอื่นก็หายไปเองอ่ะครับ

การมาเสพงานศิลป์ของเราคราวนี้ดูจะเสร็จเร็วเกินคาด เอาล่ะสิ ไปไหนต่อดีล่ะ

ไม่นานนักเราก็ตัดสินใจกันว่าจะไปดูงานศิลปะกันต่อที่หอศิลป์แห่งชาติ ซึ่งใกล้ ๆ กันนั่นแหละ

(จริง ๆ แล้วแถวราชดำเนินเนี่ย มีหลายที่เลยสำหรับผลงานศิลปะนะ ดูกันจนอิ่มเลย)

แต่ต้องรีบหน่อยนะ เพราะตอนนี้ ก็เกือบ 4 โมงเย็นละ ไม่แน่ใจว่า เค้าจะเปิดแค่เวลาราชการรึเปล่า

ระหว่างที่เดินไป เราก็ต้องผ่านสนามหลวง ซึ่งในวันนี้ก็มีงานที่จัดขึ้นพิเศษสำหรับ เฉลิมฉลองพระโอรสองค์ใหม่ของประเทศเรา

สะดุดกับ "ม้า" ครับ ว๊าวววว ม้าเพียบเลยอ่ะ ตัวเบ้อเร่อเลย

แต่ที่สะดุดมากกว่าม้า ก็คือ "เครื่องแบบ" ครับ กริ๊ดดดดดดดดดดด หนูแพ้เครื่องแบบค่าาาา

อูยยย ไม่ โอววว อย่าค่ะ อย่าก้มแบบนี้ ไม่รู้จักคำนี้เหรอคะ "ม้าเยะ"

ตัวใหญ่บึกบึนกันทั้งคนทั้งม้า อูยยยย จะใหญ่โตเหมือนกันทุกส่วนมั๊ยจ๊ะพ่อคุ๊ณณณณณณณ

เพลิดเพลินสายตาแทะโลมเหล่าทหารอยู่เป็นนานสองนานจนม้าหมั่นไส้จะดีดเอา

เวลาก็ปาเข้าไปจะ 4 โมงครึ่งละ ตายละ งานศิลปะของชั้น รีบรุดไปยัง หอศิลป์แห่งชาติ

โอววว เป็นไปตามคาดครับ ปิดซะแล้ว ไม่เข้าใจเลยครับ ใครเป็นคนตั้งว่าจะเปิดปิดตอนไหน

ช่างไม่ได้ตรงกับวิถีชีวิตชาวบ้านเลย คิดดูสิ ใครจะมาดูได้ครับ ถ้าเป็นนักเรียนเหรอ

กว่าจะเลิกเรียนก็ 3 โมงครึ่ง กว่าจะมาถึงอีก คนทำงานเหรอ ลืมไปได้เลย...แล้วสรุปว่าจะเปิดให้ใครดูครับ

หรือว่าเปิดไว้ให้พนักงานมานั่ง ๆ เม๊าท์กัน แค่นั้นเหรอครับ

ตามความคิดของผม หอศิลป์ควรจะเปิดตั้งแต่เที่ยงเป็นต้นไปจนถึงค่ำ ๆ ประมาณ 2 ทุ่มครับ

เพราะศิลปินมักใช้ช่วงเช้าสำหรับนอนครับ 55555555555

แล้วก็น่าจะมีมุมกาแฟอุ่น ๆ ให้นั่งสนทนากันด้วย

เอาล่ะครับ เราพลาดละ ต้องหาทางไปต่อครับ เราก็เดินไปเรื่อย ๆ นั่นแหละครับ

รู้ตัวอีกทีเราก็มาโผล่ยังถนนพระอาทิตย์ บริเวณสวนสันติชัยปราการ ป้อมพระสุเมรุครับ

บริเวณนี้ก็มีจัดงานเฉลิมฉลองพระโอรสองค์ใหม่เช่นกัน(แต่บรรยากาศดีกว่าสนามหลวงนะ กระซิบบอกกัน)

ยังไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ฝนตกซะนี่ เฮ้ยนี่มันงานหลวงนะยะ ตกทำไมเนี่ยยย

ฝนบ้าไม่รู้จักกาละเทศะ เราเลยต้องหาที่หลบฝนกันก่อนครับ และก็เหมือนใครขีดเส้นให้เดิน

เรามาหลบฝน แล้วก็พักขากันที่ร้าน "หนังสือเดินทาง" ร้านหนังสือน่ารัก ๆ บรรยากาศดีที่ประคับประคองกิจการ

มาได้จนถึง 3 ปีแล้ว

ร้านมีสองชั้นครับ ชั้นล่างเป็นร้านหนังสือหลากหลายประเภทเลย คุณสามารถเลือกนำไปนั่งอ่าน ที่บริเวณชั้นสองได้ด้วย

แต่ต้องสั่งเครื่องดื่มของทานเล่นด้วยนะครับ ช่วยกันครับ ไม่งั้นเจ๊งแน่ร้านในฝันแบบนี้

ภายในร้านตรงบริเวณบันไดขึ้นลง จะมีไปรษณีย์บัตรมากมาย จากหลาย ๆ ที่ส่งมาเล่าเรื่องราว

จากที่ต่าง ๆ ให้ร้านนี้ครับ มันทำให้รู้สึกมีเส้นบาง ๆ ผูกพันระหว่างคนเดินทางอยู่

แล้วอีกอย่าง ร้านนี้บอกตรง ๆ ครับ กรุ่น ๆ ไปด้วยความรู้สึกของงานศิลป์อีกแล้ว

ซักพักใหญ่ ๆ แล้วที่ร้านนี้เปิดโอกาสให้นำผลงานศิลปะมาโชว์ได้ครับ เป็นไอเดียที่ดีมาก ๆ

ทุกครั้งที่มา ผลงานที่ติดโชว์บนฝาผนังก็จะไม่เหมือนเดิมครับ หวังไว้เล็ก ๆ ว่าซักวันจะเป็นของเราบ้าง

มาทีไรก็แอบใช้สถานที่เค้าถ่ายรูปทุกที เรียกได้ว่า ถ่ายมุมไหนของร้านก็สวยอ่ะครับ

น้องสาว(ญาติกัน)

พี่สา...อ่าา พี่ชาย

จากในร้านก็มองออกไปเห็นป้อมพระสุเมรุพอดี ชิว ชิว

ผมสั่ง Orange Tea อร่อยดีสีสวยด้วย

คุณน้องสั่ง นมสดร้อน

แล้วก็แซนวิชทูน่า

จนกระทั่งฝนหยุดตกอ่ะครับ ดีจังที่ฝนตก(เมื่อกี๊เพิ่งบ่นอยู่หยก ๆ - -")

ทำให้บรรยากาศเย็นสบายไม่ร้อนอบอ้าว ชาวบ้านและผู้คนก็เริ่มทยอยกันมาร่วมงาน

บริเวณหน้างานก็นี่เลยครับ "ปลาตะเพียน" แขวนเต็มเลย น่ารักดี

วัตถุประสงค์หนึ่งที่เรามางานนี้ก็คือ อยากได้ภาพของพระโอรส ที่เค้าว่าจะแจกอ่ะครับ

เห็นคนต่อแถวพอดี คาดว่าจะเป็นแถวที่เค้าต่อกันเพื่อลงนามถวายพระพรแล้วก็จะได้รูปพระโอรสครับ

พวกเราก็เดินดูร้านรวงนิดหน่อยแล้วก็มาต่อแถวกับเค้าด้วย หางแถวยาววววววเชียะ

ยืนต่อแถวตั้งแต่ฟ้ายังมีแสงจนจะมืดค่ำมองไม่เห็นลายมือตัวเองนั่นแหละครับ

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงครับ สรุปว่า เราแห้วครับ มีคนมาเดินบอกไปตามแถวว่า

รูปยังไม่ออกจากโรงพิมพ์เลย อ้าววววววววววววววววว แล้วให้ยืนรอทำมายยยเนี่ยยยยย

วงแตกแถวสลายสิครับงานนี้ บ่นกันอุบเลย แย่จริง ๆ ครับ งานหลวงสำคัญแบบนี้

ทำไมระบบงานราชการถึงชุ่ยไม่เลิกอย่างนี้ครับ งานโรงเรียนเด็กอนุบาลยังมีประสิทธิภาพ มากกว่านี้เลยครับ

ไม่ใช่อะไรหรอกครับ คือ คนที่มางานส่วนใหญ่เนี่ย วัตถุประสงค์หลัก ๆ เลยก็คือ อยากได้

รูปของพระโอรสไงครับ แล้วส่วนที่สำคัญที่สุดของงานดันมาผิดพลาดซะอย่างเนี๊ย แย่มากครับ

แต่ก็นะครับ ไม่ซีเรียสครับ ได้เวลากลับบ้านละ ถ่ายรูปก่อนกลับ

ไว้น้องบุ๊คจะไปเที่ยวอีกนะครับ สำหรับวันนี้...สวัสดีครับ

Comment

Comment:

Tweet


deep email colleagues home
#4 by sandonsutt (216.45.58.187) At 2010-03-24 20:11,
โอ้ สวยจัง
เลิกงานเที่ยงคืนหง่ะ ฮือๆๆ อดไปแหงมๆ
#3 by cosmoguy At 2005-06-28 20:17,
หวา รูปเพียบ +_+ งานศิลป์นี่มีอะไรแปลกๆเยอะกว่าที่คิดซะอีก

รูปตอนกลางคืนสวยมากๆเลยงับ น่าเสียดายแทนที่ไม่ได้รูปพระโอรส
#2 by Jinxplay At 2005-06-26 12:41,
รูปไม่ขึ้นอ่ะพี่บุ๊ค
#1 by alactar_nf (61.90.217.200) At 2005-06-26 00:54,

น้องบุ๊คจ้ะ
View full profile